[EGoT]The Newest Prisoner

posted on 02 Aug 2013 02:19 by penawizard in EGoT
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

     คนที่ตายไปแล้วก็คือคนที่ตายไปแล้ว...


 

     คนตายสามารถหลีกพ้นจากปัญหาทั้งปวง.. ในขณะที่คนเป็นยังต้องตะเกียดตะกายอยู่ในวังวนที่ดูเหมือนจะไร้ที่สิ้นสุด..


     เรื่องนี้ก็เช่นกัน...


     ...


     ร่างสูงของนักรบสาวผมดำยืนอยู่ริมระเบียงหิน ทิวทัศน์เบื้องหน้าคือแนวเทือกเขาพระจันทร์ที่ยังคงมีหิมะสีขาวแต้มระบายบนยอด ซึ่งบัดนี้กลายเป็นสีเทาหม่นด้วยถูกสีดำแห่งรัตติกาลแต่งเติม สายลมเย็นพัดตึงสมกับชัยภูมิของปราสาทที่ตั้งอยู่บนยอดผาสูง หากแต่เรียวคิ้วของทิลด้ากลับกำลังมุ่นตัวน้อยๆอย่างไม่นึกสุนทรีย์ไปกับทัศนียภาพแสนสวย..


     อาจเพราะ.. เรื่องของนักโทษคนใหม่ที่เพิ่งถูกคุมตัวเข้าคุกอากาศวันนี้...


     คดีพยายามปลุกปล้ำสาวใช้.. ช่างน่าขัน...


     เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นกลับกลายเป็นใหญ่โต.. เพราะสาวใช้คนนั้นเป็นคนสนิทของเลดี้อิซาโบ..


     ปลายนิ้วของหญิงสาวไล้ไปตามขอบขนเหยี่ยวที่ห้อยไว้เป็นจี้ของสร้อยที่เธอใส่ติดตัวไม่ห่างกาย.. สิ่งที่เธอทำเป็นประจำเมื่อต้องใช้ความคิด...


     ทั้งๆที่ควรเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย.. แต่ความรู้สึกไม่สบายใจลึกๆนี้คืออะไร....


     "เดอะวอร์ริเออร์ ทิลด้า" เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่แต่งกายในชุดเด็กรับใช้ของอัศวินยืนอยู่กลางทางเดินหิน - ร่างนั้นมองซ้ายมองขวาเหมือนให้แน่ใจว่าไม่มีใคร


     "นายข้าต้องการจะพบเจ้า ขอให้ตามข้ามา..อย่างรวดเร็วที่สุด"


     เด็กหนุ่มไม่รอฟังคำตอบ และรีบหันหลังก้าวนำไปในเงามืดของยามราตรี


     ใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้นั้นใช่ว่าเธอจะไม่รู้จัก เช่นเดียวกับที่เธอรู้ดีว่า "นาย" ที่เด็กคนนั้นพูดถึงคือใคร ทิลด้าผละจากรั้วหินที่เธอยืนเท้าศอกอยู่เมื่อครู่แล้วเดินตามร่างนั้นไปเงียบๆอย่างไม่คิดถามอะไรให้มากความ


     ทางที่เด็กรับใช้ผู้นั้นเดินนำพาทิลด้าเข้ามายังตัวปราสาทที่เงียบสนิท เงาของทั้งสองทอดยาวไปตามกำแพงและวูบไหวตามแสงเทียนที่กำลังเต้นรำคลอกับสายลมเย็น


     เขาเคาะประตูห้องหนึ่งเบาๆ แล้วเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องขานรับ บุรุษในชุดเกราะสีดำทมิฬเช่นเดียวกับเรือนผมที่ดำสนิทเหมือนขนกายืนรอทั้งคู่อยู่ในนั้น ใบหน้าที่ประพิมพ์ประพายกับนักรบสาวหันมาหา - สีหน้าและดวงตาคมนั้นยังคงเรียบเฉยไม่สะท้อนสิ่งใดเหมือนทุกที


     โอเวนมองเด็กรับใช้ของตนแล้วพยักหน้าให้ ทิลด้ามองตามเด็กหนุ่มที่รีบก้มหัวรับแล้วออกจากห้องไป หญิงสาวรอจนบานประตูนั้นปิดลงสนิท ดวงตาสีเทอร์ควอยส์จึงเบือนกลับมาสบกับดวงตาสีเขียวสดของอัศวินตรงหน้า


     "..เรียกข้ามามีสิ่งใดให้รับใช้หรือคะ..." หญิงสาวทิ้งช่วงประโยคราวกับกำลังลังเลบางสิ่งเพียงชั่วแวบ "..ท่านโอเวน.."


     "....เจ้าได้ยินเรื่องของเด็กรับใช้ที่ก่อคดีน่าละอายกับสาวรับใช้ของเลดี้อิซาโบหรือไม่...." เจ้าของชื่อว่าพลางเดินไปยังโต๊ะไม้ที่ตั้งอยู่ริมห้อง


     "ข้าทราบค่ะ.." ทิลด้ารับคำ - เมื่อครู่นี้.. เหมือนมีชั่วแวบที่แววตาของอีกฝ่ายดูเปลี่ยนไป..


     แต่อาจเป็นแสงเทียนที่ทำให้เธอตาฝาด..


     "ข้าทราบมาว่า.. เด็กรับใช้คนนั้นโดนคุมตัวไว้ที่คุกอากาศ เพื่อรอให้เลดี้ตัดสินโทษด้วยตนเอง..."


     "ใช่..อยู่ในการดูแลของอดัม" โอเวนเอ่ยชื่อพัศดีคนปัจจุบัน


     "อดัมได้บอกบางอย่างกับข้า...น้องสาว" ดวงตานั้นละจากเชิงเทียนบนโต๊ะมามองหน้าเธอ "นักโทษคนใหม่ของเราดูมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล...น้องข้า และข้าไม่อยากจะปล่อยเรื่องให้ผ่านเลยไป"

 

     "..เรื่องไม่ชอบมาพากลเหรอคะ ??" หญิงสาวขมวดคิ้วนิดพลางมองคนตรงหน้ากลับเป็นเชิงถาม


     "มันโวยวายขอเปลี่ยนห้อง..." โอเวนพูดเรียบๆ "ก็เป็นปกติที่มันจะโวยวาย...แต่ก็แปลก ตอนที่โวยวายดันมีนักโทษคนหนึ่งที่ส่งเสียงผสมโรงออกมา..แล้วก็แปลก...ที่พอได้ยินเสียงนักโทษคนนั้น มันก็สงบลงและชี้ห้องขังที่ต้องการได้ในทันที"


     โอเวนจ้องมองใบหน้าน้องสาวของตน


     "เจ้าคิดว่ายังไง"


     หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง - นิ้วเรียวนั้นไล้ไปตามขนนกที่ห้อยคอด้วยความเคยชิน


     "...หรือว่า.. สิ่งที่มันต้องการหาไม่ใช่ห้องขัง.. แต่เป็นนักโทษในนั้น..."


     "อังเดรย์ ดอนไนเกอร์..." อัศวินหนุ่มคลี่รอยยิ้มบางเพียงแวบเดียวก่อนจะบอกชื่อของนักโทษในห้องขังนั้นเรียบๆ "นี่คือสิ่งที่ข้าระแวงสงสัย.."


     "..ดอนไนเกอร์.... อังเดรย์..." หญิงสาวทวนชื่อนั้นเบาๆพลางรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก.. เธอเคยได้ยินชื่อและนามสกุลนี้ที่ไหน....


     เพียงเวลาไม่นาน ทิลด้าก็นึกออก.. ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน สมัยที่เธอเพิ่งเข้ามาเป็นนักรบในสังกัดของลอร์ดอิลเกใหม่ๆ.. นักโทษคดีอุกฉกรรจ์คนนั้น... ลอร์ดดอนไนเกอร์.. นายจ้างของนักฆ่าที่ทำให้หนึ่งในอัศวินแห่งเอียรีต้องสิ้นชีพลง...


     "ข้าได้ยินมาว่าอังเดรย์ ดอนไนเกอร์สติวิปลาศไปแล้ว..." ดวงตาสีเขียวอมฟ้าเบือนขึ้นมองเจ้าของตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์แห่งลอร์ดแอร์ริน "หรือท่านกำลังสงสัยว่าแท้จริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น ??"


     "อาจจะบ้าไปแล้ว...หรืออาจจะไม่...นักโทษที่สติดีๆในคุกอากาศนั้นมีไม่มาก..." โอเวนยกมือไล้ขนนุ่มลื่นของดาร์คไนท์ เหยี่ยวของตนอย่างแผ่วเบา "..ข้าไม่อยากจะกังวลเกินเหตุ แต่ก็ไม่อยากจะปล่อยผ่านไป...เราได้เสียคนเก่งที่มีอนาคตไกลไปแล้วเมื่ออดีต ข้าไม่อยากให้มันเกิดอะไรแบบนี้อีก"


     แม้ในตอนนั้นเธอจะเพิ่งมาอยู่ในปราสาทเอียรีได้ไม่นาน แต่ความเก่งกาจของเฟรดริก เดรลล์ก็เป็นที่ร่ำลือ.. อัศวินหนุ่มอนาคตไกล.. ทั้งฝีมือในการรบและความสามารถไม่เป็นรองใคร - หากเขายังมีชีวิตอยู่ ตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ที่คนตรงหน้าเธอครองอยู่คงไม่ใช่สิ่งที่เกินเอื้อม.. นั่นเป็นสิ่งที่ใครๆพูดกัน..


     แต่คนที่ตายไปแล้วก็คือคนที่ตายไปแล้ว...


     คนตายสามารถหลีกพ้นจากปัญหาทั้งปวง.. ในขณะที่คนเป็นยังต้องตะเกียดตะกายอยู่ในวังวนที่ดูเหมือนจะไร้ที่สิ้นสุด..


     เรื่องนี้ก็เช่นกัน...


     "ท่านคิดว่าควรทำอย่างไรต่อไปดีคะ.." ทิลด้าถามราวกับลองเชิง - ทั้งที่ในใจได้เตรียมคำตอบให้ตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว..


     ดอนไนเกอร์.. คนที่เคยพูดชื่อนี้ให้เธอฟังไม่ได้มีเพียงคนในปราสาทเอียรี..


     "ข้าต้องการให้เจ้าไปสืบเรื่องนี้ น้องข้า...ข้าอยู่ในที่แจ้งเกินกว่าจะเคลื่อนไหวเอง ข้าคือเงาของลอร์ดอิลเก...มีหน้าที่พิทักษ์ลอร์ดแห่งเอียรี" กระดาษซึ่งมีหมึกสีดำวาดเป็นภาพเหมือนของนักโทษคนใหม่ถูกยื่นมาตรงหน้า "ไปถามข้อมูลเกี่ยวกับชายคนนี้มา...และถ้าเป็นไปได้ จงสืบเรื่องของดอนไนเกอร์...ผู้นำตระกูลของดอนไนเกอร์เพิ่งจะเปลี่ยนไปไม่นาน..."


     คำตอบนั้นช่างตรงใจ..


     "ข้าจะรีบจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด.." ทิลด้ารับรูปนั้นมาก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่าย "และทุกอย่างจะเป็นความลับค่ะ.."


     หญิงสาวรู้ลู่ทางที่จะได้ข้อมูลดีอยู่แล้ว...


     และ "แหล่งข่าว" ของเธอ.. เชื่อถือได้เสมอ..


     "ใช่..ทุกอย่างต้องเป็นความลับ และจงระวังให้มาก..." โอเวนพยักหน้ารับและจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า "ถ้าหากมันมีความเกี่ยวโยงกันจริง...การจะปิดปากผู้ล่วงรู้ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงใดๆ"


     "รับทราบค่ะ ข้าจะระวังตัว" ใช่ว่าเธอจะไม่รับรู้ถึงความรู้สึกที่แฝงอยู่ในประโยคนั้น หญิงสาวพยักหน้าอีกครั้งราวกับจะย้ำให้คนตรงหน้าได้มั่นใจ..


     งานครั้งนี้เธอจะไม่พลาด.. อย่าได้ห่วงไปเลย..


     แต่ถึงอย่างไร.. ก็ต้องขอบคุณมากนะคะ..


     เป็นเพียงความคิด.. ที่ไม่ได้พูดออกไปอีกเช่นเคย..


     "ไปได้แล้ว..." โอเวนพูดสั้นๆเพียงเท่านั้นและกลับไปสนใจเหยี่ยวของตนต่อ


     "ค่ะ.." ทิลด้าโค้งให้โอเวนเป็นเชิงลา - ในความเป็นจริงแล้ว หากมีใครบังเอิญมาเห็นเธอกับหัวหน้าองครักษ์อยู่ด้วยกันในที่รโหฐาน ซ้ำยังเป็นยามวิกาลเช่นนี้ย่อมต้องเป็นที่ครหา และผลเสียที่ตามมาย่อมตกแก่ตนกับคนตรงหน้าแน่นอน...


     หญิงสาวตระหนักในข้อนี้ดี.. และเธอจะไม่ยอมให้ตัวเองเป็นต้นเหตุให้อัศวินหนุ่มต้องเดือดร้อน..


     คนคนนี้... ที่เป็น "ครอบครัว" เพียงหนึ่งเดียวของเธอ...


     หญิงสาวคิดขณะที่หันหลังและก้าวเดินออกจากห้อง


     ...


     เวลาของคนตายคือนิรันดร์.. แต่เวลาของคนเป็นนั้นไม่ใช่..


     ชีวิตของคนเป็นไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น.. ทั้งชีวิตของเขา.. และชีวิตของเจ้า..


     ...


     ร้านเหล้าในกัลล์ทาวน์พลุกพล่านไปด้วยลูกค้าหลากหลายทั้งชายทั้งหญิง ทั้งคนหนุ่มสาวไปจนถึงตาเฒ่าชราที่ยกแก้วซดของเหลวรสเฝื่อนลงคอรวดเดียวหมดราวกับเป็นน้ำเปล่า กลิ่นยีสต์คละคลุ้งไปทั่วอาคารไม้ชั้นเดียวผสมผสานไปกับเสียงพูดคุยเอะอะ บรรยากาศช่างดูครึกครื้นสมกับเป็นเมืองท่าสำคัญของเวล


     หญิงสาวในชุดกระโปรงและเสื้อแขนยาวเดินเบียดฝูงชนเข้าไปยังโต๊ะตัวในสุดของร้าน เรือนผมสีดำที่เริ่มยาวมัดเป็นจุกเล็กๆไว้ด้านหลัง ร่างสูงไม่สนใจสายตาโลมเลียผสมกับเสียงผิวปากแซวอย่างคึกคะนองจากกลุ่มกะลาสีโต๊ะใหญ่ตรงกลาง ดวงตาสีเขียวอมฟ้ามองตรงไปยังเป้าหมายของเธอที่นั่งรอพลางกล่อมแก้วไวน์ในมือตนไปมา - แม้สิ่งที่อีกคนสวมใส่จะเป็นเพียงชุดบ้านๆเหมือนกับคนอื่นๆในร้าน แต่ผิวนวลขาวผ่องที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมาบอกให้รู้ว่าเจ้าของคงไม่ได้เป็นหญิงสามัญชนธรรมดา...

 

 

 


     "ออกเรือทีเป็นเดือนๆ นานๆขึ้นฝั่งทีจะหิวกระหายกันขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก.." เสียงหวานดังขึ้นทั้งที่ดวงตาคู่สวยยังไม่หันมามอง


     "ข้าไม่เคยสนใจพวกนั้นอยู่แล้ว" อีกฝ่ายพูดเรียบๆก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม


     "เจ้าแต่งตัวแบบนี้ก็ดูเข้าดีออก.." ดวงตาสีเฮเซลไล่มองคู่สนทนาตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ่งเห็นแววตาของนักรบสาวก็ยิ่งทำให้เธอหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ "เอาเถอะ.. ดูเจ้าคงอยากเข้าเรื่องเต็มแก่แล้ว.."


     แผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งถูกเลื่อนมาตรงหน้าแทนคำตอบ


     "เจ้ารู้จักคนคนนี้ไหม.."


     "นี่.. วันวันนึงข้าต้องเจอผู้ชายตั้งกี่คนเจ้ารู้ไหมฮึ ??" โสเภณีคนงามยกแขนขึ้นเท้าคาง - ดวงตาสีน้ำตาลหรี่มองเธอราวจะต่อว่าอย่างน่ารัก


     "แล้วถ้าเป็นที่คฤหาสน์ดอนไนเกอร์.."


     "ออ..." นิ้วขาวเรียวเลื่อนมาม้วนปลายผมยาวสลวยของตนเบาๆ ความเงียบดำเนินไปช้าๆชวนให้อึดอัด หากแต่เจ้าของกระดาษยังคงนั่งรอด้วยท่าทีสงบนิ่งไม่คิดขัด หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบแก้วไวน์ของอีกฝ่ายมารินของเหลวสีแดงเพิ่มลงไปและยกขึ้นจิบอย่างรู้ดีว่าเจ้าของไม่ถือสา เวลาผ่านไปหลายนาทีกว่าที่ริมฝีปากอิ่มจะขยับเป็นคำพูด


     "คนคนนี้อยู่ที่นั่นด้วย.." แผ่นกระดาษถูกเลื่อนคืนกลับมา


     "ทั้งสองครั้งที่เจ้าไป ??"


     "แค่ครั้งแรก.. น่าเสียดาย.. ออกจะหนุ่มแน่น.. เครื่องเคราก็ดีกว่าตาแก่ใกล้ตายนั่นเป็นกอง" อีกฝ่ายยักไหล่น้อยๆราวกับเห็นเป็นเรื่องธรรมดา


     "ใกล้ตาย ??" คู่สนทนาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม


     "เห็นว่าป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายปี.. อาจจะรู้ตัวว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานเลยอยากรีบตักตวงความสุขเอาไว้ล่ะมั้ง.."


     "แล้วตอนที่เจ้าไปคฤหาสน์นั้นครั้งที่สอง ลอร์ดแพดดริกยังอยู่รึเปล่า.." คนผมดำยังซักต่อ


     "ไม่อยู่แล้ว เห็นว่าลูกชายลอร์ดอังเดรย์.. พี่ชายลอร์ดแพดดริกได้ขึ้นแทน"


     นักรบแห่งเอียรียังคงนิ่งขณะที่ข้อมูลที่เพิ่งได้มาเริ่มถักทอเป็นรูปเป็นร่างในสมอง คนตรงหน้ามองท่าทีนั้นด้วยรอยยิ้มบาง มือขาวรินไวน์สีสวยเพิ่มใส่แก้วทรงสูงก่อนจะถามลอยๆเหมือนไม่ได้คิดอะไร


     "พูดถึงพี่ชาย.. เรื่องพี่ชายเจ้าล่ะ ถึงไหนแล้ว ??"


     "..เจ้าคิดว่ามันจะถึงไห-"


     "เรียกเขาว่า "พี่" รึยังล่ะ ??"


     คำถามที่สวนกลับมาทันทีทำให้ริมฝีปากของคนผมดำปิดลงฉับ และสาวงามก็ถือเอาความเงียบนั้นเป็นคำตอบ


     "ยังสินะ.."


     "..เจ้าไม่เข้าใจ..."


     "เจ้ายังไม่เข้าใจตัวเองเลย แล้วใครที่ไหนจะไปเข้าใจเจ้าได้.." แก้วไวน์ในมือผู้พูดถูกเลื่อนมาอยู่ตรงหน้า "เจ้าเคยได้ยินเรื่องเวลาของคนเป็นกับคนตายไหม.."


     "คนที่ตายไปแล้วไม่อาจรับรู้หรือทำอะไรได้อีก.. เวลาของคนตายคือนิรันดร์.. แต่เวลาของคนเป็นนั้นไม่ใช่.." เสียงหวานยังพูดต่อไปโดยไม่รอฟังคำตอบ "ชีวิตของคนเป็นไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น.. ทั้งชีวิตของเขา.. และชีวิตของเจ้า.."


     "อย่าใจแข็งนักเลย ทิลด้า.. ข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องมานั่งเสียใจทีหลัง.." น้ำเสียงนั้นอ่อนลงอย่างเป็นห่วง - คนผมยาวลุกขึ้นยืนพลางตลบฮู้ดของเสื้อคลุมให้ขึ้นมาปิดบังใบหน้าบางส่วน


     "ออ.. มื้อนี้เจ้าเลี้ยงข้าก็แล้วกันนะ.." เป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่ร่างระหงนั้นจะเดินออกจากร้านไป


     ...


     ค่ำคืนนี้ พระวิเทศียังไม่เลือกเธอ..


     แต่ในครั้งต่อไปอาจไม่แน่..


     หากไม่เป็นเธอ.. ก็อาจเป็นเขาคนนั้น...


     ...


     แถบชานเมืองของกัลล์ทาวน์ไม่ได้คึกคักเหมือนในใจกลาง พื้นที่ยังเป็นป่ารกทึบอยู่มากและมีบ้านเรือนอยู่บางตา.. ยิ่งเป็นเวลากลางคืนเช่นนี้ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเปลี่ยวร้าง ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะสมหากจะใช้ซ่อนตัวเพื่อซุ่มสังเกตหรือลอบโจมตี..


     และเหมาะสมยิ่งกว่า.. หากจะใช้เพื่อซ่อนศพของใครซักคน...


     ร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มเคราเฟิ้มถูกลากเข้ามาหลบไว้หลังพุ่มไม้หนาทึบข้างทางด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่น่าเชื่อว่าเป็นของสตรีตัวคนเดียว.. มือของสตรีผู้นั้นเอื้อมลงมาขยับมีดที่ปักอยู่กลางอกศพ - เจ้าของมือออกแรงขยับเพียงเล็กน้อย อาวุธคมก็หลุดออกมาอย่างง่ายดาย ทิลด้าเช็ดปลายมีดที่เปื้อนเลือดกับชายผ้าคลุมก่อนจะถอดมันออก ดวงตาสีเขียวอมฟ้ามองร่างบนพื้นที่เธอเป็นคนสังหารด้วยมือตัวเอง แสงจันทร์รางๆที่ลอดผ่านแมกไม้ทำให้เห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด แต่เธอก็จำคนคนนี้ได้แม่นยำ..


     ชายคนนี้.. ตามเธอออกมาจากร้านเหล้า...


     แม้ในตอนที่เธอจงใจชักม้าเลี่ยงไปยังเส้นทางที่ปกติไม่ค่อยมีคนผ่าน ชายคนนี้ก็ยังตามมา..


     และคมดาบที่อีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่.. ดูยังไงก็ไม่ใช่การทักทาย..


     สายของดอนไนเกอร์... หรือว่า..


     การที่มันตามเธอมาตลอดทาง แปลว่าอย่างน้อยมันก็ยังไม่ได้ติดต่อกับใครอื่น


     และการที่เธอสามารถเอาชนะมาได้โดยไร้รอยขีดข่วนแม้จะอยู่ในชุดรุ่มร่าม ก็แปลว่าฝีมือของอีกฝ่ายไม่ได้สูงส่งอะไร


     บางทีมันอาจจะประมาทว่าเธอเป็นเพียงสตรี..


     อย่างไรก็ตาม สายข่าวอาจจะไม่ได้มีแค่คนเดียว..


     ตัวเธอเองก็ประมาทเกินไป..

 

 

     ส่วนคมของมีดที่ถืออยู่ในมือสะท้อนแสงจันทร์เป็นเงาปลาบ ทิลด้าก้มลงมองและเห็นดวงตาสีเขียวฟ้ากำลังจ้องกลับมา..


     เค้ารูปของดวงตา.. จมูก... ริมฝีปาก.. ใบหน้า...


     ..แวบหนึ่งที่เหมือนกับว่าใบหน้าที่สะท้อนออกมาจากมีดนั้นมีใบหน้าอื่นปรากฎขึ้นซ้อนทับ..


     ทิลด้ากระพริบตา.. และเห็นว่าดวงตาที่จ้องมองยังคงเป็นสีเขียวอมฟ้าเช่นเดิม..


     ค่ำคืนนี้ พระวิเทศียังไม่เลือกเธอ..


     แต่ในครั้งต่อไปอาจไม่แน่..


     หากไม่เป็นเธอ.. ก็อาจเป็นเขาคนนั้น...


     ทิลด้าเก็บมีดเข้าฝักก่อนจะหลับตาลงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง - ร่างสูงม้วนผ้าคลุมเปื้อนเลือดและเก็บมันใส่กระเป๋าหนังที่ห้อยลงมาจากอานม้า คนผมดำเหวี่ยงตัวขึ้นหลังสัตว์พาหนะของตน เสียงกีบเท้าตะกุยพื้นดินดังกุบกับพาร่างนักรบสาวบนหลังม้าจมหายสู่เงามืดแห่งรัตติกาล..


     จุดมุ่งหมายของเธอ.. คือปราสาทหินบนยอดผาชัน..

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------



มีนักโทษใหม่เข้ามาที่คุกอากาศ และมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขาที่สะกิดใจท่าน ในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านจะทำอย่างไร

1. แนะนำให้เพิ่มทหารคุมทางเข้าห้องขัง

2. พยายามสืบค้นเบื้องหลังของนักโทษคนนี้

3. ไม่สนใจและทำตามหน้าที่ของตนต่อไป


ผลลัพธ์ :: Merit -5, Money -150
 
 
 
//แถมๆ... ทิลด้าในชุดสาวชาวบ้าน....
 
 
Owly Images
/มายลูกแสวววววววววววววววววววววววววววววววว
 
 
 
พบกันเอนทรี่หน้านะคะ

 

Comment

Comment:

Tweet

[จากวันที่ 21 กรกฎาคม]
ตรวจกิจกรรม:
ตัวอักษรทั้งหมด 11,849 ตัว

รวมทั้งหมด 11849/7 = 1692.71
ผลตอบแทนที่ได้รับ: Money 500, HP+1 

#1 By EGoT on 2013-08-15 21:29