[EGoT]Story of the Watcher

posted on 16 Feb 2014 19:30 by penawizard in EGoT
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
*ข้อความด้านล่างนี้ถูกตัดตอนมาจากส่วนหนึ่งของบันทึกประจำวันของวิลเลียม ผู้คุมคุกใต้ดินประจำหอคณิกาแห่งกัลล์ทาวน์
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Day 1



ข้าบอกไม่ถูกว่าข้ารู้สึกอย่างไรในวันนี้


งานของผู้คุมคุกใต้ดินของหอนางโลมไม่ใช่งานที่น่าสนุกตื่นเต้นอะไรนัก นานครั้งเหลือเกินกว่าจะมีใครซักคนโชคดีได้มีโอกาสค้างคืนฟรีในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆล้อมรอบด้วยหินก้อนหนาๆอับๆ โดยมากจะเป็นพวกกะลาสีหรือชาวบ้านที่ไม่รู้จักตรวจจำนวนเงินในกระเป๋าก่อนออกเที่ยว แต่ถึงจะมีกรณีอย่างนั้น ก็น้อยกว่าครึ่งที่จะได้มาลงเอยข้างล่างนี่อยู่ดี


"พวกคุณหญิง" แกชอบจัดการ "อะไรๆ" ให้เด็ดขาดมากกว่าที่จะปล่อยไว้ค้างๆคาๆ


เพราะเหตุนี้ ตอนที่ข้าเห็น "นักโทษ" ถูกพาตัวลงมานั้น ข้าแทบไม่เชื่อสายตา


ไม่มีใครในหอนางโลมแห่งนี้ไม่รู้จักนาง ไม่ว่าจะในฐานะ "แม่ทับทิมเม็ดงาม" "แม่นางฟ้าแสนสวย" หรือ "สินค้าระดับเกรดเอ"


แต่ "นาง" ที่ข้าเห็นเมื่อเช้าวันนี้ ไม่หลงเหลือความสวยงามตามชื่อฉายาใดๆทั้งสิ้น


ข้าพอได้ยินมาบ้างว่าพักหลังๆมานี่ แม่ทับทิมชักจะทำตัวมีปัญหา บางทีก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับแขกเอาเสียดื้อๆ ใครจะไปทำอะไรมากเข้าก็ไม่กล้า กลัวจะทำให้ผิวของ "แม่ตุ๊กตาเคลือบ" นั่นเป็นริ้วเป็นรอยแล้วจะเสียราคา


ถ้าผิวของแม่ทับทิมเป็นกระเบื้องเคลือบจริงๆ ป่านนี้คงได้แตกยับคาไม้คามือพวกคุณๆไปนานแล้ว


เสียงของคุณหญิงรองแกดังนำมาก่อนตัว ตามด้วยคุณหญิงเล็กที่ลากแม่ทับทิมถูลู่ถูกังตามมา ปิดท้ายด้วยคุณหญิงใหญ่ที่ก้าวเท้าลงมาเหยียบคุกนี่นับครั้งได้ ยังไม่นับไคลด์กับอเล็คที่คงจะตามมาเก็บกวาด


ข้านั่งมองเหตุการณ์ดำเนินไปอย่างเงียบๆตามที่ข้าถนัด คุณหญิงรองดูฉุนเฉียวกว่าทุกครั้ง ทั้งตบทั้งตีแม่ทับทิมที่คุณหญิงเล็กแกจับไว้แน่น ปากก็ไล่ลำเลิกบุญคุณตั้งแต่ข้าวน้ำไปจนถึงที่ซุกหัวนอน เสียงแกดังจนข้าไม่ได้ยินเสียงของแม่ทับทิม คุณหญิงใหญ่มองนิ่งๆอยู่พักใหญ่ก็หันไปมองไคลด์ มันก็รู้งานรีบเสนอหน้าเข้ามาพร้อมถ้วยกระเบื้องที่มันถือระวังนักระวังหนาตั้งแต่เดินตามคุณหญิงแกลงมา


มันนั่งลงแล้วยื่นถ้วยให้แม่ทับทิม แต่หล่อนส่ายหน้าและเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง คุณหญิงรองแกเลยยิ่งโกรธขนาดแย่งถ้วยนั่นมาถือไว้เอง สั่งให้คุณหญิงเล็กจับแม่ทับทิมไว้ให้แน่นๆแล้วบีบปากกรอกน้ำในถ้วยลงไป แม่ทับทิมก็ดิ้นสุดฤทธิ์ไม่ยอมกิน มาถึงตรงนี้ข้าก็เริ่มเดาอะไรๆได้แล้ว


แต่ข้าไม่มีหน้าที่อื่นนอกจากนั่งเงียบๆเป็นผู้คุมคุกที่ดี ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของข้าที่จะไปห้ามปราม ที่นี่มีกฎ และแม่ทับทิมละเมิดกฎ ตอนนี้หล่อนก็ต้องรับผลของมัน


ดูเหมือนสุดท้ายคุณหญิงรองจะเป็นฝ่ายแพ้ ข้ารู้สึกทึ่งไม่น้อยที่แม่ทับทิมที่ข้าเห็นเดินสวยไปมาไปวันๆมีเรี่ยวแรงเก็บไว้เยอะขนาดนี้ คุณหญิงเล็กสั่งอเล็คให้มาจับแม่ทับทิมไว้แทน ส่วนคุณหญิงรองก็หันไปสั่งไคลด์ให้จัดการ "ขั้นเด็ดขาด" อย่างที่แกถนัด


ตอนนั้นเองที่ข้าได้ยินเสียงคุณหญิงใหญ่เป็นครั้งแรกตั้งแต่แกลงมาที่นี่


แกสั่งให้ไคลด์ถอยไป สั่งให้อเล็คปล่อยแม่ทับทิม สั่งให้คุณหญิงรองหยุดโวยวาย แล้วนั่งลงตรงหน้าแม่ทับทิม แกพูดเสียงเบาจนข้าไม่ได้ยิน กลับกับตอนคุณหญิงรอง ตอนนี้เสียงที่ข้าได้ยินคือเสียงสะอื้นของแม่ทับทิมที่สั่นจนแทบจับความไม่ได้ ขอร้องจนแทบจะก้มลงกราบ แต่สีหน้าคุณหญิงใหญ่ไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว


ทันทีที่คุณหญิงใหญ่แกลุกขึ้น ไคลด์กับอเล็คก็ปราดเข้ามาคว้าแขนแม่ทับทิมคนละข้างแล้วโยนหล่อนเข้าไปในห้องขังปิดประตู คุณหญิงใหญ่เดินมาสั่งข้าให้เฝ้าแม่ทับทิมให้ดีอย่าให้หนีไปไหน ไม่ต้องให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่ต้องให้ข้าวให้น้ำ แล้วแกจะให้คนลงมาดูเป็นระยะ


แม่ทับทิมนอนอยู่อย่างนั้นไม่ยอมขยับ แม้แต่ตอนที่ข้าเดินเข้าไปลั่นแม่กุญแจ สภาพของหล่อนย่ำแย่กว่าที่ข้าคิดมากนัก ตามตัวมีแต่รอยหยิกช้ำไม่ก็รอยมือเป็นปื้นแดง ผมยาวๆของหล่อนกระเซอะกระเซิงจากการถูกคุณหญิงรองแกทั้งจิกทั้งกระชาก หากไปพบกันที่อื่น ข้าคงคิดว่าหล่อนเป็นคณิกาตกอับที่ถูกใช้จนเยินและถูกทิ้งให้กองอยู่ข้างถนน


แต่ข้าได้ยินเสียง หล่อนกำลังร้องไห้


แม้แต่ตอนนี้ที่ข้ากำลังเขียนอยู่ ข้าก็ยังได้ยินเสียงสะอื้นของหล่อนเบาๆ


คืนนี้อากาศหนาวลงกว่าทุกคืน ข้ามีเสื้อขนสัตว์ มีเปลวไฟคอยให้ความอบอุ่น


แม่ทับทิมไม่มีอะไรเลย นอกจากเสื้อบางๆที่ยาวไม่ถึงครึ่งแข้งด้วยซ้ำ


แต่หน้าที่ของข้าคือการนั่งเฝ้าไม่ให้หล่อนมีโอกาสหลบหนีไปไหน ตอนนี้หล่อนคือ "นักโทษ" ไม่ใช่ "แม่ตุ๊กตาเคลือบ" ที่ใครๆก็ต้องมาพินอบพิเทา


หวังแต่ว่าหล่อนจะไม่ชิงตายไปเสียก่อนในวันสองวันนี้ก็เท่านั้น


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 2


วันนี้แม่ทับทิมพูดกับข้า


หลังจากที่คนของคุณหญิงใหญ่ลงมาตรวจดูว่าแม่ทับทิมยังอยู่ดีไม่หนีไปไหน แม่ทับทิมที่ไม่ทำอะไรนอกจากร้องไห้มาตลอดคืนก็เรียกชื่อข้า ทีแรกเสียงของหล่อนเบามากจนข้าคิดว่าเป็นเสียงลม จนข้าได้ยินเสียงลูกกรงขยับ ข้าจึงรู้ว่าหล่อนพยายามเรียกข้าอยู่จริงๆ


ริมฝีปากของหล่อนแห้งผาก ตาสวยๆนั่นก็บวมเพราะร้องไห้ เสียงที่หล่อนพูดกับข้าทั้งแหบทั้งเบาจนข้าต้องยื่นหน้าเข้าไปแทบชิดลูกกรง


แม่ทับทิมขอความช่วยเหลือจากข้า


หล่อนบอกว่ามีเพื่อนเป็นนักรบของท่านลอร์ดอิลเกบนเอียรี หล่อนขอให้ข้าส่งจดหมาย เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ขอให้ "เพื่อน" คนนั้นลงมาช่วย


ข้าหัวเราะ แม่ทับทิมคงสติเฟื่องไปแล้ว


แต่หล่อนยังเฝ้าขอร้องอยู่อย่างนั้น ขอร้องให้ข้าช่วย ขอให้เห็นแก่หล่อน ขอให้เห็นแก่ "ลูก" ของหล่อน


ข้าไม่เห็นว่าแม่ทับทิมจะพยายามดิ้นรนขนาดนี้ไปเพื่ออะไร แค่หล่อนยอมเชื่อฟังพวกคุณๆ ยอมดื่มชาพระจันทร์ กำจัดเด็กตัวปัญหานั่นให้พ้นๆไป หล่อนก็จะได้กลับไปใช้ชีวิต "ข้างบน" เหมือนเดิม เป็นแม่ทับทิมเม็ดงาม เป็นแม่ตุ๊กตาเคลือบแสนสวยได้เหมือนเดิม แต่หล่อนกลับไม่ยอมทำซักอย่าง ข้าไม่เข้าใจหล่อนเลยจริงๆ


สุดท้าย ข้าก็ยอมเขียนจดหมายให้เพื่อตัดรำคาญ เป็นจดหมายที่เขียนหยาบๆไม่ได้กลั่นกรองถ้อยคำให้สวยหรูอะไร ระยะทางจากกัลล์ทาวน์ไปยังเอียรีไม่ใช่ใกล้ๆ อย่างไรเสียจดหมายนี่ก็คงมีอันหล่นหายเสียกลางทาง หรือหากโชคดีไปถึงเอียรีได้ ก็อาจถูก "เพื่อน" คนนั้นของหล่อนโยนทิ้งลงประตูพระจันทร์อยู่ดี


ค่าส่งจดหมายไปเอียรีโหดหินเอาเรื่อง แต่เอาเถิด นี่อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะสามารถทำให้แม่ทับทิมจอมดื้อคนนี้แล้ว

 

อากาศคืนนี้ยิ่งหนาวลงอีก ไม่เกินสามวัน ถ้าหล่อนยังไม่ยอมก็คงได้แข็งตายคาคุกนี่จริงๆ


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 3


ข้าบอกแม่ทับทิมว่าข้าเอาจดหมายไปส่งให้แล้ว หล่อนรีบละล่ำละลักขอบคุณแต่ข้าไม่ได้สนใจอะไรนัก อย่างไรเสีย จดหมายนั่นก็เป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆอยู่ดี


หลังจากนั้นแม่ทับทิมก็เอาแต่จ้องไปนอกหน้าต่างบานเล็กๆในห้องขัง นานๆทีก็เหมือนกับจะพึมพำอะไรบางอย่างที่ข้าไม่ได้ยิน ข้าได้แต่มองด้วยความสังเวช


คืนนี้มีฝนตกและมันก็สาดเข้ามาทางหน้าต่างห้องขังของแม่ทับทิม ข้าทำเป็นมองไม่เห็นตอนที่นางใช้มือรองน้ำฝนขึ้นดื่มอย่างกระหาย


คุณหญิงใหญ่สั่งให้ข้าจับตาดูแม่ทับทิม และห้ามให้ข้าวให้น้ำ


ข้าไม่ได้ละเมิดคำสั่ง


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 4


ฝนที่สาดเข้ามาเมื่อคืนทำให้พื้นห้องขังกว่าครึ่งเจิ่งนองไปด้วยน้ำ บางทีแม่ทับทิมอาจจะยังพอรอดได้อีกซักพัก


แม่ทับทิมไม่พูดกับข้าตลอดทั้งวัน หล่อนยังคงจ้องมองไปนอกหน้าต่าง มีครั้งหนึ่งที่ข้าเดินเข้าไปหาหล่อน แววตาของแม่ทับทิมดูมีความหวัง จนข้าไม่กล้าบอกให้หล่อนตัดใจจากจดหมายที่อาจไม่มีวันไปถึงผู้รับ


แต่หากเทียบระหว่างชีวิตที่มีความหวังหล่อเลี้ยงกับชีวิตที่หมดอาลัยตายอยากต่อทุกสิ่ง การให้หล่อนตายไปพร้อมความหวัง อาจเป็นทางที่ดีกว่าก็ได้


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 5


น้ำบนพื้นห้องขังแห้งลงมากแล้ว แม่ทับทิมนอนนิ่งไม่ยอมขยับ หน้าหล่อนแดงเรื่อและดูหายใจหอบๆ พิษไข้คงเล่นงานเข้าแล้ว


ข้าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคนท้องคนไส้ แต่การไม่สบายยังไงก็ไม่ใช่เรื่องดี


ข้ายืนมองแม่ทับทิมนิ่งๆอยู่นาน หล่อนยังคงนอนหลับตา ในห้องขังที่เงียบสนิท ข้าได้ยินเสียงลมหายใจสั่นๆนั่นชัดเจน


ข้าไม่อยากให้หล่อนตาย


ข้าเรียกชื่อหล่อน


แต่หล่อนไม่ตอบข้า


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 6


ข้าพยายามเรียกแม่ทับทิมอีกครั้ง


แต่เสียงที่ตอบกลับมาคือเสียงเพ้อที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ข้าพอจับได้สองสามคำ เป็นคำว่า "ช่วยด้วย" กับชื่อของคนอีกสองคนที่หล่อนพูดถึงซ้ำๆ


ข้าพอคุ้นๆอยู่ชื่อหนึ่ง เหมือนว่าบนเอียรีจะมีอัศวินชื่อนี้อยู่ ข้าใช้เวลาคิดซักพัก ก็จำได้ว่าเป็นชื่อของหัวหน้าองครักษ์ท่านลอร์ดอิลเกแห่งผาสูง


ทำไมแม่ทับทิมถึงเพ้อชื่อของผู้สูงศักดิ์เช่นนั้นได้


แต่นั่นอาจเป็นชื่อของคนอื่นก็ได้ คนที่ใช้ชื่อนี้ในเวสเทอรอสใช่จะมีแต่หัวหน้าองครักษ์


อาการของแม่ทับทิมไม่ดีเลย แต่ข้าไม่อาจทำอะไรได้ ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ


คืนนั้น คุณหญิงรองลงมาที่นี่อีกครั้ง


แกคว้ากุญแจไปจากมือข้าแล้วเปิดประตูห้องขังแม่ทับทิมเหมือนมีเรื่องขุ่นเคืองกับลูกกรงทุกซี่ แม้เสียงจะดังโครมครามแต่แม่ทับทิมก็ยังไม่ขยับ


ข้ามองคุณหญิงรองกระชากแม่ทับทิมขึ้นมาจากพื้น พูดอะไรบางอย่างแล้วลากหล่อนถูลู่ถูกังออกไป ข้าสังเกตว่าคราวนี้ออกจะทะนุถนอมกว่าตอนขาลงมาซักหน่อย ข้าสงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ก็ไม่กล้าถาม


แม่ทับทิมไม่ได้กลับลงมาที่ห้องขังอีกตลอดคืนนั้น


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 7


จนถึงเช้า แม่ทับทิมก็ยังไม่กลับลงมา


ข้าทราบในภายหลังว่าแม่ทับทิมจากไปแล้ว และข้าคงไม่มีโอกาสพบหล่อนอีก


มีคนบอกข้าว่า คุณหญิงรองบังคับให้หล่อนรับแขกทั้งที่ยังป่วย เพียงเพราะแขกเจาะจงตัวหล่อนและจะไม่ยอมกลับจนกว่าจะได้เจอ


หล่อนเพิ่งจากไปเมื่อตอนรุ่งสางนี่เอง


ไม่ควรเลย ไม่ควรเป็นเช่นนี้เลย


พระมารดา เหตุใดพระองค์จึงไม่ช่วยหล่อน


เพราะหล่อนเป็นคณิกาหรือ เพราะเด็กในท้องของหล่อนอาจเป็นบุตรนอกสมรสที่ท่านชิงชังหรือ


ชีวิตบริสุทธิ์หนึ่งชีวิตกลับต้องจบลงตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เพียงเพราะชีวิตนั้นมากำเนิดในครรภ์ของคณิกาเช่นนั้นหรือ


หรือว่านี่คือสัจธรรม คือความจริงที่ข้าจำต้องยอมรับกัน...


-------------------------------------------------------------------------------------------


To be continued in.... Story of the Rescuer
 

Comment

Comment:

Tweet