[EGoT]Story of the Rescuer

posted on 17 Feb 2014 19:33 by penawizard in EGoT
 
 
 
 
 

Day 4


 

ร่างสูงของนักรบสาวยืนอยู่ริมระเบียงสูงเช่นเคย แสงจันทร์อ่อนนวลยามค่ำคืนทอดทอบนปราสาทหินอย่างเงียบงัน ทิลด้ายกยิ้มน้อยๆ - นี่เป็นบรรยากาศที่เธอชอบ.. ยามดึกที่เงียบสงบปราศจากเสียงรบกวนใดๆ.. เวลาที่เป็นของเธออย่างแท้จริง...


เวลานั้นเองที่เสียงสะบัดปีกกับเงาดำที่พาดผ่านเสาระเบียงในฉับพลันกระชากเธอออกจากภวังค์


นกพิราบสีขาวตัดกับความความมืดมิดโดยรอบร่อนลงเกาะที่ราวระเบียงหินสลัก ทิลด้าเดินเข้าไปหามันช้าๆและสังเกตว่าที่ขาของเจ้านกมีซองใส่จดหมายเล็กๆผูกอยู่ - หญิงสาวค่อยๆเอื้อมมือไปแกะมันออกแล้วดึงกระดาษแผ่นเล็กๆที่ม้วนแน่นอยู่ภายในมาคลี่ดู


ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลเบิกกว้างขึ้นทันทีที่อ่านจบ นักรบสาวรีบผลุนผลันออกจากที่นั่น - ตรงไปยังสถานที่หนึ่งในปราสาท.. สถานที่ซึ่งเธอมั่นใจว่าจะพบคนที่สามารถช่วยเธอได้


ห้องพักของหัวหน้าองครักษ์


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 5


คณะเดินทางทั้งสามผ่านบลัดดี้เกทมาด้วยความสะดวกสบายอย่างเหลือเชื่อ เพียงแค่ชายผมดำออกปาก อัศวินผู้พิทักษ์ประตูก็ยอมปล่อยให้ม้าฝีเท้าดีทั้งสามตัวพร้อมผู้ขี่ผ่านต่อไปอย่างง่ายดาย ทั้งหมดเดินทางต่อโดยแทบไม่หยุดพัก แม้กระนั้นก็ยังรู้สึกว่าเร็วไม่ทันใจ - โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีเดียวในกลุ่มที่รู้ดีว่าเวลาในตอนนี้ไม่คอยท่า


ทิลด้าลูบหลังม้าสีดำในคอกเบาๆ - หญิงสาวพึมพำขอบคุณที่มันยอมพาเธอมาจนถึงครึ่งทางโดยมีท่าทีเหนื่อยล้าหรือพยศใดๆ.. แต่ระยะทางที่ยังเหลืออยู่ก็ไม่ได้สั้นนัก ข้อนี้นักรบสาวรู้ดีแก่ใจ… และเธอก็กำลังเจ็บใจ....


หากเธอรู้เรื่องเร็วกว่านี้.... หากเธอได้ออกเดินทางก่อนหน้านี้...


เพื่อนรักของเธอ.. กำลังทรมาน....


"ดึกป่านนี้แล้วยังไม่หลับไม่นอนอีก" เสียงของใครคนหนึ่งดังมาจากประตูคอก ทิลด้าหันไปมองเจ้าของเสียงซึ่งอันที่จริงเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าจะตามมาด้วยทำไม


"ข้านอนไม่หลับ.." คนผมดำตอบกลับไปสั้นๆ



"พรุ่งนี้ยังต้องเดินทางกันอีกไกล อยากไปถึงกัลล์ทาวน์เร็วๆไม่ใช่เหรอ" ริชาร์ด อีกหนึ่งในนักรบเอียรีพูดพลางเดินไปนั่งบนก้อนฟางที่เรียงซ้อนกันอยู่มุมคอก "ไม่นอนพักเดี๋ยวก็ไม่มีแรง ถึงเจ้าไม่นอนก็ไม่ทำให้ตอนเช้ามันมาถึงเร็วขึ้นหรอกนะ"


ทิลด้าไม่ได้ตอบว่าอะไรและไม่ได้นึกโกรธ หญิงสาวรู้จักนิสัยชอบเย้าชอบแหย่ของคนคนนี้ดี และสิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริง แม้จะอยากเร่งร่นอย่างไร เวลาก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างมั่นคง - ดำเนินต่อเนื่องในจังหวะที่เท่ากันไม่เคยเปลี่ยน.. วินาทีแล้ววินาทีเล่า.. ไม่ช้าหรือเร็วไปกว่านั้น...


หญิงสาวจึงทำเพียงถอนหายใจน้อยๆ บอกราตรีสวัสดิ์แก่เพื่อนร่วมเดินทางแล้วเดินกลับห้องพักของตนไปเงียบๆ


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 6


ม้าสามตัวหยุดฝีเท้าลงที่หน้าอาคารหินสูงไม่ไกลจากท่าเรือใหญ่ประจำเมืองนกน้ำ ชายหนุ่มผมดำก้าวปราดๆนำทิลด้าและริชาร์ดเข้าไปในหอนางโลมโดยไม่สนใจสายตาของเหล่านักเที่ยวผู้คลางแคลง ห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนและผ้าม่านโทนแดงดูเร่าร้อนค่อนข้างจะร้างผู้คนเนื่องจากเวลาล่วงเลยเกินเที่ยงคืนไปแล้ว เหล่าคณิกาทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ต่างแยกย้ายกันไป "ประจำหน้าที่" ของพวกตน มีเพียงชายสองสามคนที่ยังนั่งดื่มอยู่ในส่วนบาร์ - สตรีหน้าตางดงามในชุดเสื้อเนื้อบางสี่คนคอยบริการอยู่ไม่ห่าง


"คุณชายธันเดอร์โบลท์.." เสียงหวานของหญิงสาวดังมาจากอีกฟากของห้องโถง ใบหน้ายิ้มแย้มของหล่อนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์จนสวยจัด


"แหม.. ลมหนาวจากทางเหนือคงพัดพาท่านมาเยี่ยมเยือนหอคณิกาอันต่ำต้อยของข้าเป็นแน่... มีเรื่องใดให้ข้ารับใช้ท่านโปรดบอกมาได้เลยเจ้าค่ะ"


"ข้าต้องการพบนางคณิกาชื่อดังของที่นี่.." โอเวนยังคงรักษาน้ำเสียงของตนให้ราบเรียบ


"คณิกาทุกคนที่นี่ล้วนมีชื่อ.. คุณชายธันเดอร์โบลท์.. หากให้ข้าแนะนำ-"


"ข้าต้องการพบจิเซล" ชายหนุ่มพูดขัด - ดวงตาสีเขียวสดที่จ้องมองหญิงผู้นั้นคมกริบราวกับมีด


"หม..แหม...." รอยยิ้มนอบน้อมนั้นติดจะเจื่อนลงไปมากเมื่อนางได้ยินชื่อนั้น "จิเซลเป็นคณิกามีชื่อของที่นี่จริงๆเจ้าค่ะ แต่ช่วงนี้นางไม่ค่อยสบาย.. ไข้หวัดตามฤดูกาลน่ะเจ้าค่ะ.. นอนซมลุกไม่ขึ้นมาหลายวันแล้ว  ถ้ายังไงข้าจะแนะนำคณิกาคนอื่-"


"ไม่ได้" โอเวนพูดอย่างเฉียบขาด "ข้าต้องการพบจิเซล เดี๋ยวนี้"


"สวัสดียามค่ำเจ้าค่ะ คุณชายธันเดอร์โบลท์" เสียงที่ฟังดูนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยอำนาจดังพร้อมการปรากฎตัวของสตรีอีกคน ทั้งท่วงท่าและกิริยาดูสงบนิ่งมากกว่าหากแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ไม่อาจละสายตา นางหันมองสตรีคนแรกเป็นเชิงให้หลบไปก่อนซึ่งอีกฝ่ายก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี


"ข้า คลอเดีย.. เป็นผู้ดูแลที่นี่.. คุณชายต้องการพบจิเซลรึเจ้าคะ"


"ใช่ และหวังว่าเจ้าจะให้ข้าได้พบนางโดยเร็ว" ชายผมดำยืนยันคำเดิม


"ข้าเข้าใจความต้องการของท่านเจ้าค่ะ คุณชาย.. ในฐานะผู้ดูแล ข้าย่อมปรารถนาให้ลูกค้าของข้าทุกท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด" ดวงหน้างดงามที่ไม่ยอมร่วงโรยลงตามกาลมีรอยยิ้มระบาย "บางทีมิเชลล่าคงได้แจ้งแก่ท่านแล้วว่าจิเซลกำลังไม่สบายมาก ข้าเกรงว่าในตอนนี้นางอาจยังไม่สามารถสร้างความประทับใจให้ท่านได้อย่างเต็มที่.."


"ข้าไม่ได้เดินทางไกลลงมาจากเอียรีเพื่อรับฟังคำปฏิเสธ" น้ำเสียงนั้นยังคงเฉียบขาด ดวงตาสีเขียวสดเริ่มฉายประกายโกรธขึ้ง "หรือพวกเจ้าไม่เต็มใจบริการข้า"


"หาได้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ คุณชาย.." คลอเดียเอ่ยอย่างนอบน้อม - สีหน้าของนางยังคงสงบแม้ในยามที่หันไปทางสตรีนางแรก มิเชลล่ารีบเดินเข้ามาหาและพยักหน้ารับน้อยๆหลังจากได้ยินคำสั่ง ก่อนจะเดินหายเข้าไปยังทางเดินหลังห้องโถง


"เชิญคุณชายและผู้ติดตามนั่งพักที่ห้องรับรองตามสบายนะเจ้าคะ.. ข้ากำลังให้คนไปตามจิเซลมาให้เจ้าค่ะ" คลอเดียเดินนำไปทางส่วนรับรองที่กั้นออกจากห้องโถงด้วยซุ้มประตูโค้งและม่านโปร่งบางประดับมู่ลี่ลูกปัดสีแดงสด หญิงสาวยืนรอจนทั้งสามนั่งลงเรียบร้อยจึงเอ่ยขอตัวเพื่อไปตระเตรียมห้องที่ดีที่สุดไว้ให้


ทิลด้าเหลือบมองผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายข้างตัว - โอเวนมองตอบกลับมาด้วยแววตาที่แสดงความโล่งใจลงระดับหนึ่ง.. อย่างน้อยจิเซลก็ยังมีชีวิตอยู่.. พวกเขายังมาไม่สายเกินไป...


"คุณชายธันเดอร์โบลท์ ขออนุญาตเจ้าค่ะ..." คลอเดียเอ่ยก่อนจะเลิกม่านโปร่งหน้าซุ้มประตูขึ้นอย่างสุภาพ "จิเซลรอท่านอยู่ด้านบนแล้วเจ้าค่ะ.."


เจ้าของชื่อพยักหน้ารับนิดก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับทิลด้า เหลือเพียงริชาร์ดที่ยังนั่งอยู่ที่ห้องรับรอง ผู้ดูแลหอคณิกาเดินตามทั้งสองมาเงียบๆ มิเชลล่ายิ้มหวานเชื่อมรอนำทางให้โอเวนอยู่ที่เชิงบันได ดวงตาของนางมองมาทางทิลด้าทันทีที่นักรบสาวทำท่าจะขึ้นบันไดตามหัวหน้าองครักษ์มาด้วย


"ขอประทานโทษเจ้าค่ะ ข้างบนนี้เป็นเขตหวงห้ามสำหรับ-"


"หลีกไป" ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลตวัดมองมิเชลล่าด้วยแววกร้าว ประกอบกับสายตาเชิงห้ามปรามจากคลอเดีย ในที่สุด นางก็จำต้องยอมล่าถอยแต่โดยดีและนำทางทั้งสองไปยังห้องใหญ่ที่ชั้นบนสุด


ประตูไม้หนาหนักงับลงเบื้องหลังทั้งสองอย่างแผ่วเบา แสงเทียนเรื่อเรืองในห้องผสมกับแสงจันทร์ฉายให้เห็นร่างในชุดยาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เบื้องหน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สูงเป็นวงโค้งตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เจ้าของร่างนั้นหันมาทางผู้มาเยือนเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ก่อนจะค่อยๆทรงกายขึ้นอย่างไม่มั่นคงและก้าวช้าๆเข้ามาหา


"...ท่านผู้สูงศักดิ์...... ให้เกียรติมาพบข้าเช่นนี้........ ข้า..... ยินดี...."


หากแต่ประโยคนั้นไม่มีอันได้จบลงเมื่อทิลด้ารีบถลันเข้าไปหาและโอบกอดร่างอันบอบช้ำไว้แน่น


"....เจ้าปลอดภัยแล้ว... จิเซล..... ข้า... กับท่านพี่มาช่วยเจ้าแล้วนะ....."


โอเวนก้าวตามเข้ามา ดวงตาสีเขียวมองภาพหญิงที่เขานึกรักเหมือนน้องสาว.. ซึ่งบัดนี้นางช่างดูบอบบางเหลือเกิน - ราวกับว่าหากเพียงแตะต้อง นางก็อาจพังทลายลงเหมือนตุ๊กตาแก้วที่มีรอยร้าวทั่วทั้งตัว...


แม้กระนั้น... วงแขนแข็งแกร่งกลับโอบรอบทั้งสองร่างและกระชับเข้าแนบกาย...

 


"ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว.. จิเซล..."


-------------------------------------------------------------------------------------------


นักรบสาวถึงกับพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้เห็นสภาพของเพื่อนชัดๆ - ปลายเล็บจิกลงบนอุ้งมือที่กำแน่นอย่างไม่รู้ตัว


จิเซลดูซูบผอมลงไปอย่างเห็นได้ชัด วงหน้าที่เคยมีเลือดฝาดบัดนี้ซีดเซียวและร้อนจัดด้วยพิษไข้ ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำที่แม้จะพยายามปกปิดด้วยเครื่องสำอางแต่ก็ไม่อาจเก็บซ่อนได้หมด ทิลด้าค่อยๆพยุงให้นางนั่งลงบนเตียงนุ่มก่อนจะช่วยประคองแก้วน้ำให้จิเซลซึ่งรับไปดื่มอย่างกระหาย


ชั่วแวบหนึ่งที่ทิลด้าอยากจะวิ่งลงไปจับตัวนังผู้ดูแลนั่นกับพวกของมันทั้งหมด นักรบสาวไม่เชื่อว่าพวกนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และพวกมันจะได้เจอสิ่งที่จิเซลต้องเจอ พวกมันจะเจ็บอย่างที่เพื่อนรักของเธอต้องเจ็บ - โดยเฉพาะอย่างยิ่งยายสาวหน้าจัดนั่น


แต่สุดท้ายก็เป็นได้เพียงความคิด...


"ข้ารีบมาทันทีที่ทิลด้าแจ้งเรื่องจดหมายจากเจ้า..." โอเวนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงและเอื้อมมือมาจับมือซีดนั้นบีบเบาๆ "เด็กคนนั้น... ยังอยู่ใช่ไหม..."


"..ค่ะ..." หญิงสาวเลื่อนมือช้าๆให้มือของโอเวนหยุดลงที่หน้าท้องของนาง "...เขายังอยู่กับข้า.. ยังไม่ไปไหน..."


"ดี..." ใบหน้าคมคายนั้นมีรอยยิ้มระบาย ดวงตาสีเขียวทอดมองจิเซลอย่างอ่อนโยน "เด็กรับใช้ของข้ากำลังเตรียมการ... ตอนรุ่งสาง.. ข้าจะไถ่ตัวเจ้าออกมา... และข้าจะรับเด็กในท้องของเจ้าเป็นลูกอีกคนหนึ่งของข้า"


ดวงตาสีทองเงยขึ้นมองอีกฝ่ายในทันที


"....ท่านโอเวน..... ท่านไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนั้น... ชื่อเสียงของท่านจะ..."


"แค่คำพูดคน ข้าไม่เสียเวลาใส่ใจ" ชายหนุ่มยืนยัน - มือหนาที่กอบกุมมือของเธออยู่กระชับขึ้นนิดราวจะย้ำ "นี่เป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว... เด็กคนนี้เป็นชีวิตบริสุทธิ์ และเจ้า.. ก็เป็นเพื่อนคนสำคัญของน้องสาวข้า ข้าจะช่วยเจ้าและลูกให้ได้รับอิสระ อย่าได้ห่วงไปเลย"


"จากนี้.. จนถึงรุ่งสาง.. เจ้าพักผ่อนให้สบายเถอะ"


-------------------------------------------------------------------------------------------


ทิลด้าค่อยๆลุกขึ้นช้าๆหลังจากช่วยประคองให้จิเซลนอนลงบนเตียงเรียบร้อย - หญิงสาวหลับสนิทอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลีย นักรบสาวทอดสายตามองเพื่อนรักอย่างกังวลก่อนจะเดินไปหาหัวหน้าองครักษ์ผู้กำลังมองผ่านหน้าต่างกระจกไปยังแนวถนนคดเคี้ยวในกัลล์ทาวน์.. เรื่อยยาวไปถึงเส้นขอบฟ้าที่ยังเป็นสีดำสนิท


"ดีเหลือเกิน ท่านพี่.... ที่พวกเรามาทันเวลา.... หากเกิดอะไรขึ้นกับจิเซล.. ข้า...."


โอเวนหันมองน้องสาวต่างบิดามารดา - มือหนานั้นยกขึ้นลูบเรือนผมสีเข้มเบาๆอย่างอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย


"พวกเรามาทัน และจิเซลปลอดภัยแล้ว.. น้องข้า.." ร่างสูงส่งยิ้มให้บางๆ "เมื่อรุ่งสางมาถึง.. นางและลูกจะได้เป็นอิสระ.."


"ขอบคุณ... ขอบคุณที่พี่ยอมช่วยจิเซล... ขอบคุณจริงๆค่ะ"


โอเวนไม่ได้พูดว่าอะไรนอกจากยิ้มบางๆ ชายหนุ่มหันกลับไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างอีกครั้ง.. จนกระทั่งเส้นขอบฟ้าค่อยๆเรื่อเรืองด้วยสีทอง และรถม้าคันหนึ่งกำลังแล่นช้าๆมาตามถนนที่แทบจะร้างไร้ผู้คน...


"ไปกันเถอะ ทิลด้า"


"น้องสาวอีกคนหนึ่งของข้ามาแล้ว"


-------------------------------------------------------------------------------------------

 

To be continued in.... Story of the Encaged Bird



Comment

Comment:

Tweet