[EGoT]Story of the Encaged Bird

posted on 18 Feb 2014 23:03 by penawizard in EGoT
 
 
 
 
Safe & Sound :: Taylor Swift (Cover by BloodyPena)
 

 

Day 0 


ข้าอาศัยอยู่ในหอคณิกาแห่งนี้ตั้งแต่ก่อนจำความได้..


แม่ข้าเป็นโสเภณีชื่อดังของกัลล์ทาวน์ พ่อของข้าก็คงเป็นหนึ่งในลูกค้าซักคนของแม่


คนเก่าคนแก่เคยเล่าให้ฟังว่าแม่ตั้งท้องข้าตอนอายุมากแล้ว ลูกค้าที่เคยมีไม่ขาดก็เริ่มไม่มากเหมือนก่อน เห็นแก่ประโยชน์ที่แม่ข้าเคยสร้างไว้ "คุณท่าน" เลยยอม "ยกเว้น" ให้แม่เก็บข้าไว้ได้ แต่แม่ก็ตายไปหลังคลอดข้าได้ไม่นาน


ข้าเกิดมาเป็นหญิง หญิงที่โตในหอนางโลมจะเป็นอะไรอื่นไปได้นอกจากโสเภณี


สถานที่แห่งนี้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ข้า.. ที่อาศัย... อาหาร.. เสื้อผ้า.. ความรู้.. เงินทอง.. ความหรูหราสะดวกสบาย..


ทุกสิ่งทุกอย่าง.. ยกเว้นความรักที่จริงใจ...


แต่ในวันนี้.. ตอนนี้... ข้าได้พบมันแล้ว...


มันคือความรู้สึกที่ข้ามีต่อท่าน....


ข้ารู้ฐานะตัวเองดีและไม่เคยนึกใฝ่สูงเกินศักดิ์ ข้าเป็นเพียงคณิกา เป็นสตรีที่ผ่านมือชายมาแล้วมากมาย ไร้ซึ่งเกียรติ ไร้ซึ่งคุณค่าใดๆที่คู่ควรกับท่าน


สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างท่านกับข้า.. ช่วงเวลาเหล่านั้น... เป็นเพียงสิ่งชั่วคราวที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ หาใช่ความรู้สึกที่จีรัง...


ข้าเข้าใจเรื่องนั้นดี...


****************************


คืนหนึ่งข้าฝันประหลาด...


ตัวข้ากำลังเดินอยู่ในความมืดมิดและกำลังหลงทาง ในตอนนั้นเองที่ข้าเดินไปพบกับเด็กชายหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง.. ผมของเขาเป็นสีดำขลับ ดวงตาก็เป็นสีเขียวสดเหมือนท่าน เด็กคนนั้นยิ้มและเดินมาหาข้าเช่นกัน


"ข้าคือลูกของท่านพ่อ" เด็กน้อยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มน่าเอ็นดู "ท่านพ่ออยากช่วยท่าน ข้าจึงมา จากนี้และตลอดไป ข้าจะปกป้องท่านเอง"


เด็กคนนั้นกอดเอวข้า.. แน่นเท่าที่แขนเล็กๆจะทำได้ แต่เมื่อแกเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ผมสีดำกลับกลายเป็นสีน้ำตาล ดวงตาแปรเป็นสีทอง และใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเด็กอีกคนที่ประพิมประพายกับตัวข้า


"ข้ารักท่าน ท่านแม่คนใหม่ของข้า ข้าจะปกป้องท่านตลอดไป"


ข้าก้มลงมองเด็กน้อยก่อนจะค่อยๆนั่งลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน ข้ายกมือขึ้นลูบผมของร่างเล็กๆนั้นเบาๆแล้วกอดไว้แน่น ข้ารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด... ราวกับเด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า.. เป็นคนที่ข้าอยากปกป้องเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น.. เด็กน้อยหัวเราะอย่างไร้เดียงสาแล้วขยับตัวหอมแก้มข้าเบาๆ


"แต่แม่ข้า พระวิเทศีจะพยายามพาตัวข้าไป...จงรีบแจ้งบอก "อา" ของข้า แล้วเราสองคนจะปลอดภัย และ... คราวนี้ จะไม่มีกรงขังใดกักขังท่านได้อีกแล้ว" เด็กคนนั้นอ้าแขน - ความมืดรอบตัวข้าพลันแตกสลาย... เห็นเป็นท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ "ข้าจะพาท่านบินไปเอง ท่านแม่"


ข้าเงยหน้ามองผืนฟ้าที่ทอดตัวสุดลูกหูลูกตา ก่อนจะยิ้มแล้วจูบขมับของเด็กน้อยเบาๆ


"แม่จะพาเจ้าไปด้วยกัน.. ลูกรักของแม่..."


"ไปกันเถอะท่านแม่ โลกภายนอกรอเราอยู่" เด็กน้อยยิ้มกว้างพลางจับมือข้าแน่นแล้วพาออกเดิน เบื้องหน้าข้าคือแสงสว่างอันเจิดจ้า.. และอ่อนโยนยิ่งกว่าแสงใดๆที่ข้าเคยสัมผัส...


ข้าลืมตาตื่นขึ้นในตอนนั้นเอง...


ข้าฝันเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวันหนึ่งที่ข้าเริ่มสังเกตตัวเอง...

 

  ข้าเริ่มเกลียดกลิ่นน้ำหอม อาหารหลายอย่างที่ข้าเคยชอบข้ากลับไม่นึกอยาก ในขณะที่ของที่ข้าไม่เคยคิดอยากแตะ ข้ากลับต้องการขวนขวาย


ข้าเริ่มเวียนหัวง่าย บ่อยครั้งที่คลื่นไส้ทั้งที่ไม่ได้กินอะไรผิดสำแดง และเลือดระดูของข้าก็ขาดช่วงไป


ข้ารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวข้า...


โดยปกติ แม่รองจะคอยดูแลให้หญิงคณิกาทุกคนดื่มชาพระจันทร์อยู่ทุกเดือนหรือสองเดือนเพื่อไม่ให้มีใคร "ละเมิดกฎ" แต่ข้าจะไม่ยอมให้ยาพิษนั่นเข้าไปทำร้ายลูกของข้าเด็ดขาด


ข้าเริ่มบ่ายเบี่ยงการรับแขก อ้างว่าข้ารู้สึกไม่สบายและต้องการการพักผ่อน ซึ่งก็ได้ผลดีในช่วงแรก


แต่สิ่งที่เรียกว่าความลับ.. ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้...


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 1


ข้าถูกจับได้ในที่สุด...


แม่รองกับแม่เล็กด่าทอข้า.. ทุบตีข้าด้วยมือหรืออะไรก็ตามที่พวกนางหยิบฉวยได้... แม้แต่แม่ใหญ่ก็สั่งให้ขังข้าไว้ที่คุกใต้ดิน.. ไม่ต้องให้ข้าวให้น้ำ...


ข้าเจ็บไปหมดทั้งตัว.. บาดแผลและรอยฟกช้ำทั้งหมดบนตัวข้ากำลังกรีดร้อง.. ความเจ็บปวดเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตา...


แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้.. ข้าต้องปกป้องเจ้าให้ได้.... ลูกรักของแม่....


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 2


ข้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระหายน้ำอย่างที่สุด


เสียงของข้าแหบแห้ง.. แขนขาก็แทบไม่มีแรง.. แต่ข้าก็พยายามทุกทางเพื่อเรียกชื่อเขา


จากคำบอกเล่าของคนอื่นๆที่นี่ วิลเลียมเป็นผู้คุมคุกที่ดี เขาเคารพกฎทุกข้อของที่นี่ ไม่เคยทำสิ่งใดที่เป็นการละเมิดคำสั่ง หน้าที่ของผู้คุมคือการเฝ้ามอง "นักโทษ" ไม่ให้หลบหนีหรือทำอะไรที่ส่อสื่อไปในทางนั้น - แม้ในตอนนี้ที่ข้าอยู่เบื้องหลังลูกกรงในคุกที่หนาวเหน็บ วิลเลียมก็ยังไม่ทำอะไรนอกจากละสายตาจากสมุดบันทึกเหตุการณ์ประจำวันขึ้นมามองข้าเป็นพักๆเท่านั้น


แต่ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงข้าและยอมลุกจากเก้าอี้มาหา


ข้ายังคงจำความฝันได้แม่นยำ - เด็กน้อยที่หน้าตาเหมือนท่านบอกว่าเป็นลูกของ "ท่านพ่อ" และให้ข้ารีบแจ้งบอกแก่ "อา" ของเขาแล้วเราสองคนจะปลอดภัย


หากเป็นเช่นในความฝันจริง... "อา" คนนั้นก็คือเจ้า.. ทิลด้า...


วิลเลียมหัวเราะเยาะข้า หาว่าข้าสติเฟื่องไปแล้วที่คิดว่าคนจากเอียรีจะยอมลงมาช่วยคณิกาเช่นข้า


ข้าพยายามอธิบายเท่าที่จะเล่าได้ บอกว่าทิลด้าเป็นเพื่อนของข้า พยายามขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอให้เห็นแก่ข้า... เห็นแก่ลูกของข้า...


วิลเลียมถอนหายใจและเดินจากไป.. ข้าคิดว่าความหวังสุดท้ายของข้าคงต้องดับสลายลง...


อีกไม่กี่นาทีเขาก็กลับมาพร้อมกระดาษที่เขียนข้อความไว้หวัดๆ พอข้าบอกว่าใช้ได้ เขาก็รับปากจะเอาไปส่งให้ด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญ


แต่เพียงเท่านั้นข้าก็ดีใจและรู้สึกขอบคุณเขาอย่างถึงที่สุดแล้ว...


-------------------------------------------------------------------------------------------

 

Day 3


วิลเลียมบอกว่าเอาจดหมายไปส่งให้แล้ว ข้าพร่ำขอบคุณเขานับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าวิลเลียมจะทำแค่โบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ก็ตาม


ข้าพอจะเข้าใจท่าทีของเขา.. เข้าใจดีว่าการส่งจดหมายฉบับเดียวไปไกลถึงเอียรีไม่มีสิ่งใดรับประกันได้เลยว่าจดหมายนั้นจะถึงมือผู้รับ นกส่งสารอาจจะหลงทางหรือหมดแรง หรือไม่ก็อาจถูกโจรป่าตามถนนสูงยิงตกก่อนถึงจุดหมาย


แต่ข้าทำทุกอย่างที่ข้าสามารถทำได้แล้ว.. สิ่งที่เหลือสำหรับข้าคือการเฝ้ารออย่างมีความหวัง...


ร่างกายของข้าใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ข้าเริ่มเวียนศีรษะมากขึ้น เรี่ยวแรงที่แทบไม่มีอยู่แล้วก็ยิ่งเหือดหาย โชคดีเหลือเกินที่คืนนี้มีฝนตก - น้ำฝนที่สาดผ่านหน้าต่างเข้ามานองพื้นพอช่วยประทังชีวิตข้าไปได้


ไม่ว่าอย่างไร.. ข้าก็จะรอ..


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 4


ท้องฟ้าที่ข้ามองเห็นผ่านหน้าต่างห้องขังวันนี้ดูสดใสกว่าทุกวัน ข้ามองเห็นฝูงนกที่บินผ่านแผ่นฟ้ากว้างใหญ่ มองปีกที่สยายและกระพืออย่างอิสระ ไร้กรงขัง ไร้พันธนาการ ไร้สิ่งผูกมัดใดๆ


ข้าอยากโบยบินได้เช่นนั้น.. อยากจะมีอิสระเช่นนั้น...


อีกไม่นาน... อีกไม่นาน...


หากเจ้าได้รับจดหมายของข้า.. เจ้าจะรีบมา..


และเมื่อถึงเวลานั้น... พวกเราทั้งสองคนจะได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง...


ลูกรักของแม่...


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 5


ข้าจะไม่ตาย.. ไม่ยอมตาย...


ไม่ว่าอย่างไร... ข้าก็จะรอ...


มีเสียงหนึ่งดังในหัวข้า.. พร้อมสัมผัสที่เหมือนกับมีแขนเล็กๆคอยโอบกอดข้าไว้... แนบแน่นเหมือนในความฝัน....


"ท่านพ่อกับท่านอากำลังมา...อดทนไว้"


"พวกเราจะปลอดภัย..."


ข้าจะอดทน... ข้าจะรอ....


ข้าจะรอวันที่เพื่อนของข้ามาถึง... มาช่วยข้า....


วันที่ท่าน... จะมาช่วยข้า....


-------------------------------------------------------------------------------------------


Day 6


ได้โปรด.... ช่วยข้าด้วย....


ทิลด้า......


ท่านโอเวน.....


ได้โปรด...


ช่วยด้วย.....


ช่วยด้วย..........


****************************


เสียงโครมคราม... เกิดอะไรขึ้น.....


มีคนบีบแขนข้า... เสียงของใครคนนั้นกำลังพูดอะไรบางอย่าง....


ข้าพยายามพูด.. แต่ไม่มีเสียงออกมา...


กลิ่นน้ำหอม... กลิ่นที่แม่รองชอบใช้....


แขนอีกข้างของข้าเจ็บแปลบ... คงจะครูดไปกับประตูลูกกรงที่เริ่มขึ้นสนิม...


ข้ากำลังก้าวขึ้นบันได... ทีละก้าว... ทีละก้าว...


แสงสว่างตรงหน้าจ้าเสียจนข้ารู้สึกเสียดแทง...


คนมากมายเข้ามารุมล้อมข้า... ใคร......


พวกเขาจับตัวข้า.. ดึงข้าไปทางนั้นทีทางนี้ที... ประพรมด้วยตัวข้าด้วยกลิ่นที่ทำให้ข้ายิ่งวิงเวียน....


ผมของข้าถูกรั้ง... มีสัมผัสกดลงที่แผลตามตัวจนข้าสะดุ้ง.....


คนพวกนี้เป็นใคร... กำลังทำอะไร....


มีเสียงหนึ่งพูดถึงเรื่องรับแขก... เจาะจงตัวข้า... บอกให้ข้าบริการเขาให้ดี....


ไม่.... ข้าไม่ทำ... ข้าพยายามปัดมือเหล่านั้นออกเท่าที่ข้าพอจะทำได้...


ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นที่แก้มข้าทันที มือหนึ่งบีบคางข้าแล้วดึงให้หันกลับไปสบตากับนาง..


"อย่าทำตัวมีปัญหาให้มันมากนัก นังตัวดี ข้าสั่งให้ทำก็ต้องทำ พ้นจากคืนนี้แกจะไปตายที่ไหนก็ไป"


แม่รองสะบัดมือออกแล้วถอยให้บรรดาคนที่ข้าจำได้แล้วว่าเป็นเหล่าช่างแต่งหน้าแต่งตัวของหอคณิกาเข้ามาทำหน้าที่ต่อ


เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ข้าก็ถูกพาตัวขึ้นไปยังห้องของข้าที่ชั้นบนสุด แม่รองจับข้านั่งบนเก้าอี้ริมหน้าต่าง ก่อนออกไปยังหันมาสั่งให้ข้ารออยู่ที่นี่และอย่าคิดหนี


ทำไม.... ทำไมถึงเป็นเช่นนี้......


ข้าไม่อยากทำ..... ไม่ทำอีกแล้ว.....


เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากที่ไกลๆ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตู แสงสลัวในห้องทำให้ข้าเห็นเพียงเงาร่างของคนสามคน.. ไม่ช้า เงาร่างหนึ่งก็ถอยหลังและบานประตูก็ปิดลงอีกครั้ง...


ข้าค่อยๆลุกขึ้นทั้งที่ยืนแทบไม่ไหว... ปากของข้าขยับพูดประโยคเดิมที่ข้าเคยพูดมาแล้วนับร้อย... นับพันครั้ง.....


"...ท่านผู้สูงศักดิ์...... ให้เกียรติมาพบข้าเช่นนี้........ ข้า..... ยินดี...."


หนึ่งในสองคนนั้นเดินปราดเข้ามาข้าและกอดไว้แน่น - เสียงของนางสั่นเครือยิ่งกว่าเสียงของข้าเสียอีก


"....เจ้าปลอดภัยแล้ว... จิเซล..... ข้า... กับท่านพี่มาช่วยเจ้าแล้วนะ....."


ทิลด้า.....


ปากของข้าขยับเป็นชื่อเจ้า... แต่ไม่มีเสียงออกมา...


ใครอีกคนเดินเข้ามาหาพวกเราช้าๆ... ชายร่างสูงที่มีผมยาวหยักศกสีดำสนิท.... ดวงตาสีเขียวสดที่กำลังมองข้าไม่อาจเป็นของคนอื่นไปได้....


ท่านมาช่วยข้าแล้วจริงๆ.....


****************************


รุ่งเช้า ทิลด้าช่วยพาข้าลงไปที่ลานด้านหน้าหอคณิกา.. รถม้าคันใหญ่เทียมด้วยม้าตัวเขื่องสายพันธุ์ดีจอดเทียบอยู่ที่นั่น - ที่ยืนอยู่ไม่ห่างคือชายหนุ่มผมสีน้ำตาล เด็กหนุ่มผมทอง และหญิงสาวร่างสูงโปร่งที่สง่างามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็น


เรือนผมสีดำสนิทของนางหยักศกและปล่อยยาวสลวย ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลไม่ต่างกับทิลด้าดูทรงอำนาจแต่ก็แฝงความอ่อนโยน นางดูชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นทิลด้าและเอ่ยชื่อหนึ่งที่ข้าไม่รู้จัก ท่านโอเวนรีบตัดบทและบอกว่ามีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านั้น


ท่านโอเวนแนะนำแก่ข้าว่าสตรีผู้นี้คือ เลดี้โอเรียล ธันเดอร์โบลท์ น้องสาวแท้ๆซึ่งตอนนี้เป็นเลดี้โอเรียล แว็กซ์ลี่ย์แล้ว ปราสาทของนางตั้งอยู่ที่วิคเคนเดน และนั่นเป็นสถานที่ที่ข้าจะต้องไปในฐานะหนึ่งในผู้ติดตามของเลดี้ นางจะให้ที่พำนักแก่ข้า คอยดูแลข้าจนกว่าจะคลอด รวมถึงสอนงานต่างๆเพื่อให้ข้ามีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น


ข้ารออยู่ข้างหน้ากับทิลด้าและเด็กหนุ่มผมทอง ในขณะที่ชายผมน้ำตาลเดินตามท่านโอเวนกับท่านโอเรียลเข้าไปข้างใน ซักครู่ใหญ่ก็พากันออกมา


ท่านโอเวนยิ้มให้ข้า บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และถามว่ามีสิ่งใดที่ข้าอยากจะนำติดตัวไปจากหอคณิกาหรือไม่ ก่อนที่ข้าจะออกเดินทางพร้อมเลดี้โอเรียล.. ท่านกอดข้าและอวยพรให้ข้าและลูกจงประสบแต่โชคดี..


สิ่งที่มีคุณค่าต่อข้าในสถานที่แห่งนี้.. มีอยู่เพียงสองอย่างเท่านั้น...


คือผ้าพันคอเนื้อดีผืนหนึ่ง... กับถุงใส่เงินที่ข้าไม่เคยหยิบออกมาใช้สอย....


สำหรับข้า.. มันไม่ใช่แค่สิ่งของหรือเงินตรา... แต่มันคือ "สิ่งที่ท่านให้"..


และข้าจะเก็บรักษามันไว้.. จะถนอมไว้อย่างดีตลอดไป...


เพราะว่า...................


"ข้ารักท่าน..... ท่านโอเวน......."


ข้ายกมือขึ้นกอดท่าน... ริมฝีปากของข้าเพียงแต่ขยับ... ไร้ซึ่งเสียง... ไร้ซึ่งผู้ใดรับรู้...


ยกเว้นเพียงตัวข้าเท่านั้น..


****************************


จนล่วงเข้าเวลาสาย เลดี้โอเรียลและข้าก็ขึ้นนั่งบนรถม้า.. เตรียมพร้อมออกเดินทาง


หลังจากพูดร่ำลากันพักใหญ่ ข้าก็โบกมือลาทิลด้า... เพื่อนรักที่สุดเพียงคนเดียวของข้า.. นางอวยพรให้ข้าและลูกโชคดี ข้าก็อวยพรให้นางเช่นกัน...


เสียงกีบเท้าม้ากระทบถนนหินเสียงดังกุบกับ.. ใบหน้าของผู้คนที่ข้ารู้จักค่อยๆเล็กลงและหายลับไป...


เบื้องหน้าข้าคือสถานที่ใหม่.. ผู้คนใหม่ๆ.. สิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย...


แต่ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่... จะตั้งใจเรียนรู้ทุกอย่าง.. จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง...


แล้วพวกเรา... จะได้พบกันอีก... อย่างแน่นอน....


-------------------------------------------------------------------------------------------


 
จ.....จบแล้ว...... /นอนตาย....
 
 
ส่วนอีเวนท์ของจิเซลจบลงตรงนี้ค่ะ... สรุปคือนางท้อง และโอเวนกับทิลด้าก็มาช่วย โอเวนฝากฝังจิเซลให้ทำงานกับเลดี้โอเรียลน้องสาว ไถ่ตัวออกจากการเป็นโสเภณีและย้ายจากกัลล์ทาวน์ไปยังวิคเคนเดนค่ะ
 
 
เป็นสตอรี่ที่โคกับพี่จูนด้วย ยังไงติดตามอ่านเนื้อเรื่องของทางนั้นประกอบด้วยจะได้ทุกแง่มุมมากขึ้นค่ะ
 
 
และแน่นอนว่ายังเหลืออีเวนท์ในส่วนของทิลด้า............................................
 
 
/ผปค ตายแป๊บ.....
 
 
อีเวนท์คราวนี้ได้ลองเขียนเหตุการณ์เดียวกันในหลายๆมุมมองด้วย ตอนเขียนก็สนุกดี หากว่าคนอ่านสนุกไปด้วยกันก็จะดีใจมากเลยล่ะค่ะ ><,,
 
 
ขอตัวไปปั่นเว้นท์ของทิลด้าล่ะค่ะ /เดดไลน์พรุ่งนี้แล้วกรี๊ดดดดด
 

Comment

Comment:

Tweet

แม่.............../ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
/ละล่ำละลักไม่เป็นภาษา เหยยยย เหยยยยย นี่มัน!
ลุ้นมาก orz พาร์ทแรกอ่านแล้วคิดว่าจิเซลไม่รอดแหงๆ
TvT แล้วก็มาตกใจซ้ำแล้วตอนสุดท้ายตอนที่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร ยัวหลอดยินดีเหลือเกินที่พวกเจ้าเป็นฝั่งเป็นฝา แล้วข้าก็รู้สึกอิจฉาเหลือเกินน /กัดผ้าเช็ดหน้าแบบคนมีลูกยาก
ปล.ยัวหลอดตกใจมากที่จิเซลปล่อยพลังสามตอนรวดเลยทีเดียว..... /กุมอก

#1 By jackywinter on 2014-02-20 20:43